แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กะเหรี่ยงกับป่าไม้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กะเหรี่ยงกับป่าไม้ แสดงบทความทั้งหมด

รัฐบาล ชนเผ่าพื้นเมือง หรือ ใคร ที่ควรได้รับการครอบครองพื้นที่บนแผ่นดินไทย

สิทธิทำกินในที่ดินของชนพื้นเมือง
สุรพงษ์ กองจันทึก
ปัญหา เรื่องสิทธิในที่ดิน โดยเฉพาะในพื้นที่ป่า ระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นเรื่องที่มีมาตลอดเวลา เมื่อพื้นที่ป่ามีน้อยลง ความจำเป็นต้องรักษาป่าไม้มีความสำคัญเพิ่มขึ้น ขณะที่ชาวบ้านก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ชาวบ้านอ้างว่าอยู่กันมานานแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่บอกว่าชาวบ้านบุกรุกพื้นที่ป่า
ฝ่ายหนึ่งถือสิทธิครอบครอง อีกฝ่ายถือกฏหมาย
ความถูกต้อง ความเป็นธรรมควรเป็นอย่างไร
ลอง มาพิจารณาดูคดีกะเหรี่ยงบ้านป่าผาก จังหวัดสุพรรณบุรี รวม ๓ ราย จำเลย กับพนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ ในเรื่องความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ ความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ

กะเหรี่ยงบ้านป่าผาก สุพรรณบุรีจังหวัดสุพรรณบุรีก็มีกะเหรี่ยง เป็นกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่อาศัยอยู่บริเวณนี้มาหลายร้อยปีแล้วเมื่อ สุนทรภู่มาเมืองสุพรรณบุรี ได้เขียนนิราศเมืองสุพรรณ เป็นโคลงสี่สุภาพ ขณะพายเรือเที่ยวตามแม่น้ำท่าจีนหรือเรียกกันที่สุพรรณบุรีว่า แม่น้ำสุพรรรณบุรี ก็พบชาวกะเหรี่ยงอาศัยทำกินริมแม่น้ำสุพรรณบุรี

ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กรุงศรีอยุธยามีหัวหน้ากะเหรี่ยงชื่อ “แสนภูมิโลกาเพชร” ซึ่งเป็นกะเหรี่ยงเป็นนายกองด่านหน้าในการรบกับพม่าพระองค์ใช้กะเหรี่ยงซึ่งชำนาญพื้นที่ป่าเขา เป็นกองอาทมาต หรือหน่วยหน้า คอยสอดแนมและหาข่าวการเคลื่อนไหวของพม่า

กะเหรี่ยงที่สุพรรณบุรี โดยเฉพาะบ้านป่าผาก ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งชุมชนอย่างสงบสุขมาเนิ่นนาน เป็นชุมชนดั้งเดิมเก่าแก่ อยู่มาก่อนคนกลุ่มอื่นจะเข้ามาทำกินแถบนี้เมื่อครั้งรองอมาตย์เอกขุนอนุพิศวิถีการ แม่กองรังวัดภูมิประเทศในสนาม ออกสำรวจพื้นที่ในปี พ.ศ. ๒๔๖๓ ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจากชาวกะเหรี่ยงบ้านป่าผาก-องค์พระ และได้เขียนหนังสือแสดงความชื่นชมและขอบใจผู้นำที่ต้อนรับดูแลด้วยดี ตลอดจนมีการปกครองกันอย่างสงบสุขต่อมามีการประกาศพื้นที่ป่าสงวนป่าองค์พระ และป่าพุระกำ ทับที่ชาวบ้าน โดยชาวบ้านไม่มีโอกาสคัดค้าน

พ.ศ. ๒๕๓๙ กรมปศุสัตว์ขอใช้พื้นที่ป่า ๑๒๙๐ ไร่ เพื่อสร้างสถานีอาหารสัตว์สุพรรณบุรี โดยไม่มีการแจ้งชาวบ้าน และให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่โดยไม่มีการชดเชยความเสียหาย หรือจัดสถานที่รองรับ พ.ศ. ๒๕๔๑ กรมอุทยานแห่งชาติ ประกาศพื้นที่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย พร้อมกับพยายามผลักดันชาวบ้านออกจากพื้นที่

พื้นที่ชาวบ้านที่อยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ได้จัดทำโครงการแปลงปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ
พ.ศ. ๒๕๔๓ กรมชลประทาน ได้รับพื้นที่จากกรมป่าไม้ ๓๕๐ ไร่ เพื่อจัดสร้างเขื่อนชลประทานขนาดเล็ก โครงการอ่างเก็บน้ำองค์พระจากการทำกินอย่างสงบสุขมาหลายร้อยปี โดยไม่จำเป็นต้องมีเอกสารสิทธิ์ใดๆ เมื่อรัฐเข้ามาดำเนินการในพื้นที่เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา มีโครงการต่างๆเข้ามามากมาย หลายหน่วยงาน ล้วนอ้างว่ามาพัฒนา เพื่อชาวบ้าน เพื่อชุมชน ใช้บุคคลากร งบประมาณ มหาศาล